kfcthereviewer

kfcthereviewer

movies are fun and sexy, but THE movie reviewer is both more fun and sexier.

Favorite films

Recent reviews

More
  • Ad Astra

    Ad Astra

    ★★★★

    This review may contain spoilers. I can handle the truth.

    [Scroll down for English version]
    สัปดาห์นี้มีหนังเรื่องนึงที่ก่อนหน้านี้อยู่นอกสายตาผมมาก เพราะปล่อยโปรโมทออกมาน้อยแถมยังไม่ค่อยดึงดูดมากสักเท่าไหร่ อีกทั้งเราก็เพิ่งจะได้ดูผลงานของ Brad Pitt ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนในบทสตั๊นท์แมนคนจริงใน Once Upon A Time in Hollywood ไปหมาดๆ แต่พอไปดูคะแนนใน Rotten Tomatoes และ Metascore นั้นออกมาดีเกินคาดและทุกเสียงต่างชมการแสดงของเฮียพิตต์อย่างล้นหลาม เย็นวันพฤหัสฯ ผมจึงรีบตีตั๋วไปดูหนังไซไฟอย่าง Ad Astra
    .
    แม้พล็อตหนังจะเป็นเรื่องของ "การผจญภัยของนักบินอวกาศคนหนึ่งเพื่อยับยั้งมหันตภัยทางอวกาศที่ทำให้โลกนี้ฉิบหายได้ และต้องเผชิญหน้ากับพ่อที่ห่างหายไปนับทศวรรษ" ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนจะไปดูหนังเรื่องนี้เพื่อเสพความบันเทิงเพียวๆ แต่จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้กลับไม่ได้เน้นไปที่ความสันตะโรเพื่อบันเทิงคนดูเป็นหลัก สิ่งที่หนังให้ความสำคัญจริงๆ ก็คือ การสำรวจจิตใจและความคิดของตัวละครหลักอย่าง Roy McBride (Pitt) ต่างหาก เปิดเรื่องมาไม่กี่นาทีเราจะเห็นได้ว่ารอยเป็นนักบินอวกาศที่มาดนิ่งและสุขุมอย่างยิ่ง จัดการอารมณ์และปัญหาต่างๆ ได้โคตรเก่ง (คนอะไรหัวใจไม่เคยเต้นเกิน 80!) แต่พอเขาได้รับภารกิจให้ไปหยุดยั้งรังสีมรณะจากดาวเนปจูน และต้องตามหาพ่อของเขา (Tommy Lee Jones) ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่หลังจากหายตัวไปในอวกาศ ทำให้ระเบียบชีวิตเขาต้องสั่นคลอนไปตลอดกาล
    .
    หนังเลือกเล่าสภาพจิตใจของรอยผ่านมุมมองของรอยเองเลย นั่นจึงทำให้เรารู้เพิ่มขึ้นว่าภายใต้มาดนิ่งและมีความรับผิดชอบนั้น กลับซ่อนความแปลกแยก-ไม่ค่อยอยากจะสนิทสนมกับใครมากนัก (แต่สุดท้ายก็ต้องทำเพราะหน้าที่) และการมองมนุษย์อย่างร้ายๆ (อย่างเช่นในฉากแลนดิ้งบนดวงจันทร์ ที่เขาคิดในทำนองว่า ไม่ว่ามนุษย์จะไปอยู่ที่ไหนก็ยังนำวิถีชีวิตแบบมนุษย์ตามไปด้วยทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่บนดวงจันทร์) อีกทั้งยังคิดถึงและนึกถึงอดีตคนรักอยู่ตลอด ความปวดร้าวในจิตใจก็เพิ่มมากขึ้นๆ ตามเวลาที่ทำภารกิจ บวกกับการค้นพบความจริงว่าพ่อของเขาอาจจะไม่ใช่ฮีโร่อย่างที่ทุกคนคิด (นักวิทย์ฯ แก่ๆ คนหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ทิ้งชีวิตและครอบครัวมาหมกมุ่นกับการสำรวจอวกาศ) ทำให้เขายิ่งรู้สึกอ้างว้างและเดินทางด้วยความโดดเดี่ยวโดยสมบูรณ์ แม้ว่าสุดท้ายเขาจะทำภารกิจสำเร็จ ช่วยโลกได้ มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติอีกครั้งกับคนที่ตัวเองรัก แต่สุดท้ายแล้ว เราแน่ใจได้จริงๆ เหรอว่าเขาจะทิ้งชีวิตในอวกาศได้ การแสดงของ…

  • A Very Romantic Story in the Very Big City

    A Very Romantic Story in the Very Big City

    ★★★★½

    This review may contain spoilers. I can handle the truth.

    [for English pl. scroll below]
    พริกขี้หนูกับหมูแฮม: 30 ปีแห่งเรื่องราวของเพื่อนไม่จริง คนจอห์น และเรื่องที่ไม่เป็นไปตามใจหวัง [ความรู้สึก+สปอยล์]
    .
    บอกก่อนเลยว่าตอนที่ตัดสินใจซื้อตั๋วไปดูหนังเรื่องนี้ เป็นเพราะว่าชอบเพลงของโพลีแคท ที่ใช้ฟุทเทจของหนังที่สวยมากๆ มาเป็นเอ็มวี (โดยเฉพาะเพลงพบกันใหม่ที่เปิดฟังและดูเอ็มวีทีไรก็อินทุกครั้งไป) และการฉายครั้งนี้ก็เป็นการนำฟิล์ม 16 มม. มารีมาสเตอร์ใหม่ เลยเป็นโอกาสดีที่จะได้ตีตั๋วดูสักครั้ง
    .
    พออินโทรจากเพลงเติมใจให้กันดังขึ้นเรื่องมาเราเหมือนหลุดไปอยู่ในยุค 80’ ในบันดลนั่นเลย พอเปิดเรื่องมาเพียงไม่นาน หนังก็พาเราไปพบกับตัวละครหลักและปมปัญหา คือ พิมสาย-นางเอกหัวแข็งสายโก๊ะที่ย้ายมาซานฟรานฯ เพื่อมาเรียนหนังสือกับคนรัก ต้องมาเจอความผิดคาดว่าอพาร์ตเมนต์ที่เธอช่วยแฟนจ่ายกลับถูก จอห์น-พระเอกสายเข้มตงฉินไม่เกี่ยงงานเพื่อหาเงินมาแต่งงาน-ซื้อต่อไปแล้ว หลังจากนั้นทั้งสองก็ต้องอยู่ด้วยกันและต้องดิ้นรนเพื่อความฝันของตัวเอง ที่น่าสนใจก็คือว่าตัวละครพระ-นางเป็นคนดื้อและขบถพอสมควร ซึ่งแตกต่างจากขนบปกติพระ-นางในหนังไทยที่ต้องหล่อหวานเลี่ยน บุคลิกของเขาทั้งสองมันเลยนำไปสู่สถานการณ์ต่างๆ ที่พอประกอบกับตัวละครรองก็ทำให้หนังเป็นซิทคอมเคล้าโรแมนติกดีๆ นี่เอง
    .
    ความสัมพันธ์ช่วงแรกของจอห์นและพิมนั้นแทบจะกัดกันและอยู่บนความระแวดระแวงกันตลอด แต่พอทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือกัน และผ่านเรื่องราวความผิดหวังคล้ายๆ กันและพร้อมๆ กัน ความสัมพันธ์ฉันท์ "เพื่อน" ที่ทั้งสองนั้นบอกกล่าวกันในฉากหนึ่งของหนังนั้นค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นฉันท์ "เพื่อนไม่จริง" ทั้งสองเองก็รู้ดีแต่เก็บงำเอาไว้ เห็นได้ในบางตอนว่าพิมจะชมให้ตัวละครอื่นๆ ฟังว่าตัวจอห์นนั้นมีความเป็น "สุภาพบุรุษ" มากๆ แม้ว่าจอห์นจะกวนตีนพิมยังไงก็ตาม แต่เธอก็เห็นคุณค่าในสิ่งที่จอห์นทำให้เธอทุกอย่างด้วยความซื่อตรง พอจะแสดงออกกันก็ต้องเจอกับอุปสรรคและการแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเองซะก่อน
    .
    แต่ที่น่าสนใจสำหรับผมนั้นคือ-ความสัมพันธ์แบบ "เพื่อนไม่จริง" กลับไม่ได้มีแค่ระหว่างจอห์น-พิมเท่านั้น เพราะเพื่อนพระเอกอย่าง "ชาย" ก็มีสายตาแอบชอบพิมอยู่เหมือนกัน (เห็นได้ชัดมากตอนฉากหน้าร้านอาหารไทยเจ๊พอูนและฉากปั๊มน้ำมัน) แต่เพราะความนับถือจอห์น ทำให้ชายไม่ได้ทำอะไรและทำอะไรไม่ได้มากนอกเหนือจากมองและถามไถ่พิมเท่านั้น เลยทำให้ตีมเพื่อนไม่จริงนี้แข็งแรงยิ่งขึ้นไปอีก
    .
    เรื่องราวของคนไทยในต่างแดนก็เป็นสิ่งที่หนังถ่ายทอดได้ดี (ฉากคนไทยตุ๋นคนไทยตอนต้นเรื่องและฉากเจ๊พอูนเล่าถึงชีวิตตอนมาตั้งต้นในซานฟรานฯ คือตัวอย่างที่ดี) ตัวละครจอห์นก็ถือได้ว่าเป็นคนจรคนหนึ่งในสังคมต่างแดนที่ต้องใช้ชีวิตแบบใต้ดิน พอจะให้กลับเมืองไทยก็กลับไม่ได้เพราะไม่เหลือญาติพี่น้องแล้ว ที่ทำได้คือต้องพึ่งพาคนไทยและหางานจิปะถะทำเพื่อเอาเงินไปสอบกรีนการ์ดและตั้งรกรากจริงๆ (พูดง่ายๆ คือกลับตัวก็ไม่ได้ ต้องดิ้นต่อไปเพื่อไปให้ถึง)…